วิสัยทัศน์ พันธกิจ


วิสัยทัศน์ 

โรงเรียนบ้านน้ำคิว  เป็นองค์กรในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานสถานศึกษา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเคียงคู่คุณธรรม นำความรู้เพื่อมุ่งสู่ประชาคมอาเซียน

       พันธกิจ  

1. จัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและสู่สากล

2. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคุณธรรมนำความรู้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

3. พัฒนาประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการ

4. เพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชากรวัยเรียนอย่างทั่วถึง

5. บริหารจัดการศึกษา โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ตามหลักธรรมาภิบาล 

โรงเรียนบ้านน้ำคิว ยังคงผลผลิต 6 ผลผลิต คือ

        1) ผู้จบการศึกษาก่อนประถมศึกษา

        2) ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ

        3) ผู้จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น

                 4)เด็กพิการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ

        5) เด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

        6) ผู้มีความสามารถพิเศษได้รับการพัฒนาศักยภาพ

อัตลักษณ์      เศรษฐกิจพอเพียง  เคียงคู่คุณธรรม

คำขวัญของโรงเรียน

เศรษฐกิจพอเพียง  เคียงคู่คุณธรรม นำความรู้สู่อาเซียน

ปรัชญาโรงเรียน

          ปัญฺญา วุฑฺฒิ สาธิกา  ปัญญา  ก่อให้เกิด  ความสำเร็จ

          โรงเรียนบ้านน้ำคิว มุ่งมั่นจัดการศึกษา  เพื่อวางพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนให้เป็นผู้มีความรู้คู่คุณธรรม จัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ก้าวทันวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รู้จักแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล   รู้จักสรรค์สร้างสังคม   ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้   มีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์    อนุรักษ์และพัฒนาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม   คงไว้ซึ่งความเป็นไทย   มีทักษะ  มีความรอบรู้ มีศักยภาพเป็นที่ยอมรับของสังคม   พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ

เป้าหมาย

1.       มีระบบการบริหารและการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

2.       โรงเรียนมีมาตรฐานด้านผู้เรียน   มาตรฐานด้านกระบวนการ   และมาตรฐานด้านปัจจัย

ผ่านเกณฑ์การศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนาสู่อาเซียน

          3.  นักเรียนมีสุขภาพกาย   ใจที่สมบูรณ์ แข็งแรง   เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่สังคมและประเทศต้องการ

2.2 แนวคิดหลักหรือวิธีการที่สถานศึกษาใช้ในการนำไปสู่เป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการโดยใช้แผนพัฒนา  NAMKIW  MODEL

N = Net work  ความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน  วัด  โรงเรียนอย่างใกล้ชิด

A =Assignment การกำหนดผู้รับผิดชอบตามโครงสร้างงาน เป็นการมอบอำนาจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่ ตามภาระงาน เป็นการกระจายอำนาจตามลาดับความรับผิดชอบไปสู่บุคลากรเป้าหมาย โดยอาศัยหลักธรรมาภิบาล ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบหลักความคุ้มค่า และหลักการของการใช้โรงเรียนเป็นฐาน ซึ่งผลผลิตที่ได้รับคือ ได้ทีมงาน ที่มีหลักในการรักษาความคงทนของทีม คือ T : Trust คือ ความไว้วางใจซึ่งกันและกันในการปฏิบัติงาน E : Empathy คือ ความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน A : Agreement คือ มีข้อตกลงร่วมกัน M : Mutual Benefit คือ ผลประโยชน์รับร่วมกันหรือมีความรับผิดชอบร่วมกัน

M =Management  โรงเรียนบ้านน้ำคิว มีการจัดโครงสร้างการบริหารงาน 4 ฝ่าย ตามกฎกระทรวงศึกษาธิการกำหนด พร้อมกำหนดเป้าหมายขอบข่ายและระบุภารกิจในการบริหารจัดการไว้อย่างชัดเจน สามารถยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีสุข  ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ คู่คุณธรรม ให้โรงเรียนเป็นฐานกำหนดแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายของรัฐและความต้องการของชุมชนโดยใช้เทคนิค SWOT จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก ของโรงเรียนใช้กระบวนการ P-D-C-A  ในการดำเนินงานไปสู่การปฏิบัติด้วยการกำหนดโครงการ/กิจกรรรม ตามแผนปฏิบัติการประจำปี มีการรายงานการดำเนินการทุกครั้ง เมื่อเสร็จสิ้นปีการศึกษามีการนำผลการประเมิน ข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษาและชุมชน ทำให้มีผลงานเชิงประจักษ์

K =Knowledge  เป็นการพัฒนาบุคลากร โดยอาศัยหลักการและกระบวนการการจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM.) 7 ขั้นตอน ได้แก่

1. การบ่งชี้ความรู้ คือ การวิเคราะห์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคลากรของโรงเรียนว่า ต้องการรู้อะไร ไม่รู้อะไร รู้อะไรบ้างแล้ว แล้วนามาจำแนกออกเป็นกลุ่มส่งเสริม และกลุ่มพัฒนา

2. การสร้างและแสวงหาความรู้ คือ การที่แสวงความรู้จากแหล่งต่างๆ ทั้งที่เป็นทรัพยากรบุคคล และเอกสารความรู้ที่บุคลากรของโรงเรียนต้องการรู้ อยากเรียนรู้

3. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ คือ การนาความรู้ที่แสวงหามานั้นกลั่นกรองเลือกสรรความรู้ที่ทันสมัยไม่เก่าเกินไป และสามารถนามาเรียนรู้ได้จริงมีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้

4. การจัดหมวดหมู่ความรู้ คือ การนาความรู้ที่ประมวลกลั่นกรองแล้วมาจัดเป็นหมวดหมู่เพื่อสะดวกต่อการค้นคว้าของบุคลกร

5. การเข้าถึงความรู้ คือ การประชาสัมพันธ์ถึงแหล่งเรียนรู้ที่จัดเก็บเข้าหมวดหมู่แล้ว หรือบ5. การเข้าถึงความรู้ คือ การประชาสัมพันธ์ถึงแหล่งเรียนรู้ที่จัดเก็บเข้าหมวดหมู่แล้ว หรือบอกแหล่งที่จะศึกษาค้นคว้าให้สามารถเข้าศึกษาได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น การใช้อินเตอร์เน็ต ระบบ ICT หรือศูนย์วิทยาการ และห้องสมุด เป็นต้น

6. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ การจัดเวทีให้บุคลากรได้มีโอกาสพูดคุยถึงเรื่องที่ได้เรียนรู้ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อเป็นข้อมูลในการดาเนินงาน

7. การเรียนรู้ คือ การลงมือปฏิบัติตามโครงการหรือกิจกรรมที่ตนเองและคณะรับผิดชอบบนพื้นฐานของความรู้ที่ได้รับ

I =Identity  คือ ผลรวมของลักษณะเฉพาะตัวตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน  ซึ่งอัตลักษณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้  มีหลายๆสิ่งที่ปรากฏ  ดูหลายๆด้าน  หลายๆมิติของสิ่งนั้น  หากอยู่ในสถานศึกษาเป็นผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน  ตามปรัชญา  ปณิธาน  วิสัยทัศน์  พันธกิจและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด

W = Web  มีการประชาสัมพันธ์และประสานงานเครือข่ายการเรียนรู้ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด ข้อมูลข่าวสาร ประสบการณ์และการเรียนรู้ระหว่างบุคคล กลุ่มคน องค์การและแหล่งความรู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จนเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน ทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ  โดยมีหลักการเรียนรู้ ดังนี้

1.       การกระตุ้นความคิด แสวงหาความรู้และการมีส่วนร่วมพัฒนา

2.       ถ่ายทอด แลกเปลี่ยน กระจายความรู้ทั้งในส่วนของวิชากรสากลและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ใหม่

3.       การแลกเปลี่ยนข่าวสารกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชน

4.   การระดมและประสานการใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อการพัฒนาและลดความซ้ำซ้อน สูญเปล่าให้มากที่สุด

2.3 กลยุทธ์ในการพัฒนา

                  โรงเรียนบ้านน้ำคิว ได้กำหนด เป้าหมาย กลยุทธ์ ที่สอดคล้องกับจุดเน้นการดำเนินงานของ สพฐ. ประจำปี 2559 การปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 โรงเรียนดำเนินการเฉพาะตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับข้อง  การดำเนินการ ในปีงบประมาณ 2559  กำหนด  6  กลยุทธ์ ดังนี้

กลยุทธ์ 

1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล

                   2 เพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

                   3. ยกระดับคุณภาพบุคลากรในโรงเรียนในการพัฒนาตนเอง

          4 ส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรม สำนึกความเป็นไทย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

           5 เร่งรัดพัฒนาประสิทธิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยชุมชนมีส่วนร่วม

                   6 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยใช้เทคโนโลยี จัดการเรียนรู้มุ่งสู่สากล

กลยุทธ์ที่ 1   เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการตามหลักธรรมมาภิบาล  ซึ่งสอดคล้องกับ

             จุดเน้น

1. ส่งเสริมให้โรงเรียนปรับหลักสูตรการเรียนการสอนและสื่อเพื่อเน้นคุณธรรมนำความรู้

2. ขยายผลการเรียนรู้ จากโรงเรียนที่เป็นแบบอย่างตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ผู้เรียนและชุมชน

3. ส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและเครือข่ายผู้ปกครองในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนลักษณะเครือข่าย  บวร

4. สร้างภูมิต้านทาน และแก้ปัญหาพฤติกรรมนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงในกิจกรรมความปลอดภัย ประชาธิปไตยวินัยนักเรียน

กลยุทธ์ที่ 2  เพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียนอย่างกว้างขวางและทั่วถึง

             

             จุดเน้น

1. ให้เด็กและเยาวชนในวัยการศึกษาภาคบังคับได้เข้าเรียนอย่างทั่วถึง

2. รณรงค์การเรียนต่อ 12 ปี

3. ติดตามนักเรียนขาดแคลน ยากจน เพื่อให้ความช่วยเหลือ เรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียน

4. จัดระบบดูแลการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทั่วถึง

กลยุทธ์ที่ 3  พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ

              จุดเน้น

1. เร่งรัด  ปรับปรุงโรงเรียนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน /โรงเรียนขนาดเล็ก

2. แก้ปัญหาการอ่าน เขียน ส่งเสริมการอ่าน การคิด วิเคราะห์และทักษะการเรียนรู้ในระดับสูง

3. ทดสอบมาตรฐานและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาหลัก

4. พัฒนาครู ให้เป็นครูมืออาชีพ โดยเชื่อมโยงกับการประเมินวิทยฐานะ

5. ส่งเสริมการแข่งขันทักษะทางวิชาการและระดับจัดการเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่ประชาคมอาเซียน

กลยุทธ์ที่ 4  กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา

             จุดเน้น

1. จัดระบบกระจายอำนาจไปยัง สพป.และสถานศึกษา

2. พัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง  และเสริมความพร้อมให้ สพป.และสถานศึกษา

3. นำร่องการบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจโดยมีโรงเรียนเป็นฐาน

4. จัดระบบเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความพร้อมให้แก่โรงเรียนขนาดเล็ก

กลยุทธ์ที่ 5  ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง  ชุมชนภาคเอกชนและท้องถิ่นในการจัดการศึกษา

            จุดเน้น

1. เสริมความเข้มแข็งให้แก่คณะกรรมการสถานศึกษาและองค์คณะบุคคลในเขตพื้นที่

2. ปรับบทบาทและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายผู้ปกครองสมาคมผู้ปกครองและองค์กรครู

3. เสริมความเข้มแข็งให้แก่องค์กรนักเรียน

4. ส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

5. ส่งเสริมการศึกษาสำหรับผู้ปกครอง

 

                           
Comments